ชาวพุทธที่ดี

ชาวพุทธที่ดี
คำนำ
ชาวพุทธที่ดี คือ ผู้ที่มีความประพฤติดี มีจิตใจที่ดี มีความรู้ความเข้าใจชีวิตและหลักธรรมชาติอย่างดี
จนสามารถดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมโลกได้อย่างเป็นปกติสุข ไม่เบียดเบียนตนเองและคนอื่น พร้อมทั้งยังเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต และสามารถช่วยเหลือคนที่เข้ามาเกี่ยวข้องสัมพันธ์ได้เป็นอย่างดี
การเป็นชาวพุทธที่ดี หาใช่ว่า เป็นได้เพราะเพียงแต่ทำพิธีปฏิญาณตนเป็นพุทธมามกะ หรือเขียนไว้ในสำเนาทะเบียนบ้านเท่านั้น หากยังต้องฝึกฝนพัฒนาตนเอง ตามหลักธรรมคำสอนที่พระพุทธองค์ทรงวางไว้
‘ชาวพุทธที่ดี’ เล่มนี้ เป็นการรวบรวมหลักคำสั่งสอนในพระพุทธศาสนามาจัดเรียงไว้ เพื่อเป็นแบบในการศึกษาปฏิบัติของชาวพุทธ ผู้ใคร่ต่อการศึกษาและมุ่งหวังเพื่อพัฒนาชีวิตให้ดีงาม
ฐาตุ จิรัง สะตัง ธัมโม ขอให้พระสัทธรรมของพระพุทธองค์ คงอยู่คู่ฟ้าดินตลอดไป เพื่อประโยชน์สุขแก่สรรพสัตว์ทั้งหลาย ผู้เวียนว่ายตายเกิดอยู่ในวัฏสงสารนี้จักได้มีที่พึ่ง เพื่อรื้อถอนตนออกจากกองทุกข์ทั้งปวง
ด้วยไมตรีธรรม
ปิยเมธี
ก. ความประพฤติดี
ความประพฤติดี หมายถึง ความประพฤติทางกาย-วาจาอันดีมีประโยชน์ ไม่ก่อโทษทั้งแก่ตนและคนอื่น พระพุทธองค์ทรงวางหลักไว้ให้ในการฝึกหัด พัฒนาพฤติกรรมของเราให้เป็นไปในทางที่ดีงามถูกต้อง การรู้จักใช้กาย-วาจาให้เป็นประโยชน์ ไม่ก่อโทษ ถือว่าเป็นการฝึกจากภายนอก เข้ามาสู่ภายใน (Outside-In Training) เมื่อเรามีพฤติกรรมที่พึงประสงค์ ย่อมทำให้ชีวิตดีขึ้น และจิตใจย่อมสงบเย็นเป็นผลพลอยได้ จากการทำถูกทางกายวาจา โดยมีหลักการฝึกดังนี้ คือ
- ชาวพุทธที่ดี ควรหมั่นสวดมนต์ไหว้พระเป็นประจำเช้า-เย็นไม่ให้ขาด เพื่อชำระจิตใจของตนให้สะอาด สงบ สว่าง
- ชาวพุทธที่ดี ควรทำ-พูด-คิด ด้วยความหวังดี มีเมตตาธรรมต่อเพื่อนมนุษย์และสรรพสัตว์ทั้งหลาย โดยมองว่าสิ่งมีชีวิตในจักรวาลนี้ เป็นเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย จึงไม่ควรเบียดเบียนรังแกกัน
- ชาวพุทธที่ดี ไม่ควรปล่อยให้ความโลภเกินไป ครอบงำจิตใจจนลุแก่อำนาจ หยิบฉวยเอาสิ่งของที่เจ้าของไม่ได้ให้ หรือใช้เล่ห์เพทุบายในการหลอกหลวงเอาทรัพย์สินเงินทองของผู้อื่น อันเป็นเหตุให้สังคมเดือดร้อน
- ชาวพุทธที่ดี ควรมีความเคารพครอบครัวของผู้อื่น เคารพเพื่อนมนุษย์ทุกคนเสมือนญาติในครอบครัวของตน ไม่ปล่อยให้ความคิดฝ่ายต่ำทางเพศครอบงำจนล่วงละเมิดทางเพศกับคนอื่นที่ไม่ใช่สามี-ภรรยาของตน หรือบุคคลอื่น โดยขัดต่อหลักศีลธรรมและกฎหมายบ้านเมือง
- ชาวพุทธที่ดี ควรมีสติระวังคำพูดไม่ให้เบียดเบียนทำร้ายทำลายคนอื่น ก่อนจะพูดให้คิดเสมอว่า คำพูดของเรานั้นทำร้าย (Harm) หรือช่วย (Help) ผู้อื่น, ถ้าทำร้ายทำลาย ต้องอดกลั้น ไม่ควรพูดออกไป
- ชาวพุทธที่ดี ควรรักษาสุขภาพกายให้ดี หลีกเลี่ยง / ไม่นำพาสิ่งที่เป็นโทษเข้าสู่ร่างกายตนจนขาดสติพลั้งเผลอ เป็นเหตุให้ทำผิดน้อยใหญ่ เพราะเมื่อสุขภาพแข็งแรง ย่อมเป็นผลดีต่อการทำประโยชน์ได้มากมาย
ทั้งแก่ตนและคนอื่น - ชาวพุทธที่ดี ไม่ควรเที่ยวเตร่ในยามค่ำคืนดึกดื่นจนเกินขอบเขตหรือติดเป็นนิสัย เป็นเหตุให้เสียทรัพย์สิน และสูญเสียสิ่งต่างๆ อีกมากมายตามมา
- ชาวพุทธที่ดี ไม่ควรเที่ยวดูการละเล่นมากจนเกินจำเป็น อันเป็นเหตุให้เสียทรัพย์ ชื่อเสียงและสิ่งอื่นๆ เลยเถิดไปถึงเสียเวลาในการพัฒนาตนเองและทำสิ่งดีงาม
- ชาวพุทธที่ดี ไม่ควรเข้าไปเกี่ยวข้องกับการพนันทุกชนิด เพราะเป็นทางให้เสื่อมจากความเจริญ
- ชาวพุทธที่ดี ควรเลือกคบเพื่อนดี (กัลยาณมิตร) ผู้ที่สามารถชี้แนะ ชักชวนไปในทางที่ดีเจริญก้าวหน้าทางด้านหน้าที่การงาน ความรู้ และคุณธรรม
- ชาวพุทธที่ดี ควรเป็นคนขยันหมั่นเพียร ไม่ควรให้ความเกียจคร้านครอบงำ และไม่ควรหวังพึ่งโชคชะตา แต่ควรหวังพึ่งการกระทำของตน ในแต่ละวัน ควรทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อตนเอง และต่อผู้อื่นบ้างไม่มากก็น้อย อย่าปล่อยเวลาให้ผ่านไปโดยเปล่าประโยชน์
- ชาวพุทธที่ดี ควรเรียนรู้ที่จะเสียสละ แบ่งปันสิ่งต่างๆ ที่ตนมี มากบ้างน้อยบ้างตามความเหมาะสมแก่ฐานะ เป็นต้นว่าการตักบาตรเป็นประจำทุกสัปดาห์ หรือบริจาคเครื่องอุปโภคบริโภคเงินทองแก่องค์กร
สาธารณกุศลที่ตนสะดวก ไม่เห็นแก่ตัวจนลืมสังคม เพราะเราไม่ได้อยู่คนเดียวในโลก ความเห็นแก่ตัว คือสาเหตุหนึ่งที่ทำให้สังคมวุ่นวายเดือดร้อน - ชาวพุทธที่ดี ควรมีความอ่อนน้อมถ่อมตนต่อผู้เจริญด้วยวัยวุฒิ (มีอายุ) คุณวุฒิ (มีคุณธรรม) และชาติวุฒิ (ผู้เกิดในชาติตระกูลสูงที่สังคมยกย่อง) เช่น พ่อแม่ ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ญาติผู้ใหญ่ เป็นต้น เพื่อลดทิฐิมานะของตน
- ชาวพุทธที่ดี ควรมีความกระตือรือร้นในการขวนขวายช่วยเหลืองานส่วนรวม ไม่ดูดายหรือวางเฉยโดยคิดว่าไม่เกี่ยวกับตน ธุระไม่ใช่ ควรทำประโยชน์ไม่ทางใดก็ทางหนึ่งให้แก่สังคมที่ตนอาศัยอยู่ เพื่อเป็นการคืนกำไรให้สังคม
- ชาวพุทธที่ดี ควรเสียสละ แบ่งปัน แนะนำสิ่งดีงามที่ตนรู้แก่ผู้อื่น เป็นการสละความตระหนี่ความรู้ออกจากใจตน
- ชาวพุทธที่ดี ควรมีมุทิตาจิต พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นทำดี-ได้ดี เจริญก้าวหน้าในหน้าที่การงาน และให้การสนับสนุนเพื่อเป็นกำลังใจแก่คนทำดี ทั้งยังเป็นการลดความริษยาในใจตนด้วย
- ชาวพุทธที่ดี ควรหมั่นศึกษาพระไตรปิฎก และหมั่นฟังธรรมะหรือสิ่งที่มีสารประโยชน์ต่อตนเองเนืองนิจ เพื่อพัฒนาความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับหลักธรรมคำสอนของพระพุทธเจ้า
- ชาวพุทธที่ดี ควรมีความเมตตา เอื้ออาทรต่อคนอื่นผู้หลงทางหลงผิด หรืออยู่ในฐานะที่ต้องการคำแนะนำ ด้วยการให้คำชี้แนะ ชักชวนในทางที่ถูกต้องดีงามตามโอกาสอันเหมาะสม
- ชาวพุทธที่ดี ควรเข้าไปหาบัณฑิต-ท่านผู้รู้ เพื่อสอบถามว่า อะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไรผิด อะไรเป็นสาระ และไม่เป็นสาระ อันจะเป็นหลักในการดำเนินชีวิตที่ดี
- ชาวพุทธที่ดี ไม่ควรเพ็งโทษ ติเตียน กล่าวร้ายผู้อื่น พึงมองหาส่วนดีเพื่อปฏิบัติตาม สำหรับส่วนที่ไม่ดีก็เอามาเป็นครูสอน
- ชาวพุทธที่ดี ควรประกอบอาชีพสุจริต หรือทำอาชีพของตนให้สุจริต ไม่คดโกงเบียดเบียน หรือเบียดบังคนอื่น ไม่ประกอบอาชีพอันทำร้ายชีวิต และทำลายธรรมชาติ
- ชาวพุทธที่ดี ควรตระหนักรู้ในหน้าที่ของตน ว่าตนมีหน้าที่อะไรบ้างในชีวิตและหน้าที่การงาน พร้อมทำหน้าที่นั้นให้สมบูรณ์ ไม่ให้ขาดตกบกพร่อง
- ชาวพุทธที่ดี ควรรู้กาละ-เทศะ แต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย เหมาะกับงาน-สถานที่ๆ ตนไป ไม่ควรแต่งกายไม่สุภาพเรียบร้อยไปนอกบ้านเพื่อยั่วยวนชวนให้เกิดกิเลส เป็นเหตุส่งเสริมให้เกิดอกุศลจิต
- ชาวพุทธที่ดี ควรเลือกบริโภคอาหารที่ดีมี ประโยชน์กับร่างกาย และไม่ควรเห็นแก่การกินหรือค่านิยมผิดๆ ที่ว่าต้องกินอาหารราคาแพงหรูหรา ควรตระหนักถึงคำสอนของพระศาสดาว่า กินเพื่ออยู่ ให้มีเรี่ยวแรงในการทำความดียิ่งๆ ขึ้นไป
- ชาวพุทธที่ดี ควรทำบ้านหรือที่อยู่ของตนให้สะอาด เป็นระเบียบเรียบร้อย ไม่รกรุงรัง ไม่จำเป็นต้องเป็นบ้านหลังใหญ่โตเพื่ออวดฐานะแข่งขันกัน เพราะจุดประสงค์ของบ้าน มีไว้เพื่อพักผ่อนหลับนอน กันแดดร้อน ฝนตก ภัยอันตรายต่างๆ
- ชาวพุทธที่ดี ควรแบ่งทรัพย์ออกเป็น 4 ส่วน คือ ใช้เลี้ยงตน-คนรอบข้าง และทำประโยชน์ 1 ส่วน, ใช้ลงทุน-ทำธุรกิจให้งอกเงย 2 ส่วน และเก็บไว้ใช้ในคราวจำเป็น เช่นเวลาไม่สบาย เพื่อเป็นค่ารักษาพยาบาล เป็นต้น อีก 1 ส่วน
ข. จิตใจดี
จิตใจของชาวพุทธที่ดี คือ มีจิตที่ตั้งมั่น ไม่โอนเอน ไม่หวั่นไหว เข้มแข็ง แน่วแน่ มั่นคง ไม่วอกแวก ไม่หงุดหงิด ไม่ฟุ้งซ่าน ไม่สะทกสะท้าน แต่อ่อนโยน นุ่มนวล ควรแก่การงาน เมื่อเกิดเหตุการณ์ที่ชอบหรือไม่ชอบมากระทบกระทั่งจิต ผู้มีจิตใจดีย่อมสามารถผ่านพ้นวิกฤตินั้นไปได้ ดังนั้น ชาวพุทธที่ดีควรฝึกหัดพัฒนาจิตใจให้มีสภาพที่เข้มแข็ง ไม่อ่อนแอ ไม่ยอมแพ้ต่ออุปสรรค ปัญหาต่างๆ ง่ายๆ ด้วยวิธีดังนี้ คือ
- ชาวพุทธที่ดี ควรหมั่นฝึกหัดพัฒนาจิตใจของตนให้มั่นคง บริสุทธิ์ผ่องใส และเหมาะควรแก่การพัฒนาชีวิตจิตใจ ด้วยการเจริญสมถภาวนา (การทำให้จิตใจสงบนิ่งมั่นคง) และวิปัสสนาภาวนา (การอบรมจิตจนเข้าใจธรรมชาติ ความเป็นจริงของชีวิต) ต่อเนื่องเป็นประจำทุกวัน เช้า-เย็น ด้วยอุบายวิธี ดังนี้
27.1 การฝึกหัดพัฒนาจิตใจ-ในรูปแบบ (Formal Practice) คือ การนั่งสมาธิหรือทำสมาธิเช้า-เย็นไม่ขาด ครั้งละ 5-15 นาที หลังจากนั้น จะเพิ่มเวลาเป็น 30 นาที และ 1 ชม. แล้วแต่ความสะดวกของผู้ปฏิบัติ การพัฒนาจิตใจ เริ่มต้นด้วยการนั่งขัดสมาธิ หลับตาลงเบาๆ ผ่อนคลายร่างกายทุกส่วน ผ่อนคลายจิตใจไม่ให้กังวลในหน้าที่การงาน อดีต อนาคต หรือเรื่องใดๆ พร้อมทั้งบอกกับตัวเองว่า ต่อไปเราจะทำสิ่งที่ดีเพื่อตัวเราเอง ด้วยการพักผ่อนทางจิตใจ หลังจากนั้นให้รวบรวมความสนใจทั้งหมดมาเฝ้าดูที่ลมหายใจเข้า-ออก ตามธรรมชาติ ไม่ให้จิตใจวอกแวกไปไหน ให้อยู่กับลมหายใจเข้า-ออก ถ้าจิตคิดเรื่องนั้นเรื่องนี้ วิ่งไปในอดีตหรืออนาคต ให้รู้เท่าทัน และพยายามดึงกลับมา ให้อยู่กับลมหายใจเข้า-ออก ทำอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนจิตสงบ เป้าหมายในขั้นแรกเราต้องการเพียงแค่ความสงบของจิต ส่วนเป้าหมายขั้นต่อไป คือการเข้าใจธรรมชาติต่างๆที่เกิดขึ้น ไม่ว่าจะเป็นความรู้สึก ความคิด และธรรมชาติต่างๆ ที่ผ่านเข้ามา ล้วนไม่เที่ยง เปลี่ยนแปลง ไม่อยู่ในสภาพเดิม และไม่สามารถบังคับบัญชาได้ จนเข้าใจธรรมชาติว่า เราเป็นเพียงผู้รู้-ผู้ดู ดูด้วยความเข้าใจ ไม่ยินดียินร้าย ปฏิบัติต่อสิ่งนั้นด้วยความเข้าใจ
27.2 การฝึกหัดพัฒนาจิตใจ-นอกรูปแบบ (Informal Practice) คือ การเจริญสติสมาธิในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่ตื่นนอน จนกระทั่งเข้านอน ชาวพุทธควรมีสติรู้ตัวอยู่ตลอดเวลา ขณะพูด-ทำ-คิด หรือไม่ว่าจะอยู่ในอิริยาบถใดก็ให้ตระหนักรู้ อยู่กับปัจจุบันขณะ เช่น เดิน-ก็รู้ว่าเดิน, ยืน-ก็รู้ว่ายืน, นั่ง-ก็รู้ว่านั่ง, นอน-ก็รู้ว่านอน, อาบน้ำ ทานข้าว เป็นต้น ก็ให้รู้ในกิริยาอาการนั้นๆ เรื่อยไป มีเทคนิคการดำเนินชีวิตประจำวันอยู่ 3 ส. คือ
– สุข มีความสุขกับสิ่งที่ทำขณะนั้น
– สมาธิ มีความตั้งใจ เต็มใจทำสิ่งนั้น
– สติ รู้ตัวทุกขณะที่ทำสิ่งนั้น
ค. ความรู้ดี
ความรู้ดี คือ การรู้ทั่ว-ถึงเหตุและผล, บาปบุญคุณโทษ, ประโยชน์และมิใช่ประโยชน์ อย่างชัดเจน พระพุทธศาสนาสรรเสริญบุคคลผู้ดำเนินชีวิตด้วยปัญญา ว่าเป็นชีวิตที่ประเสริฐ ปัญญาเป็นเสมือนแสงสว่างส่องนำทางให้แก่ชีวิต ให้ดำเนินไปในทางที่ดี มีคุณค่า เป็นประโยชน์ทั้งแก่ตนเองและสังคม ดังนั้น ชาวพุทธที่ดีควรฝึกฝน พัฒนาปัญญาความรู้ให้ยิ่งๆ ขึ้นไป ดังนี้
- ชาวพุทธที่ดี ต้องมีความเชื่อมั่นในพระปัญญาตรัสรู้ของพระพุทธเจ้า ว่าทรงตรัสรู้จริง และน้อมนำเอาพระพุทธองค์มาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต รวมถึงมีความเชื่อมั่นในศักยภาพของมนุษย์ ว่าสามารถทำได้ เป็นได้ โดยมีพระองค์เป็นแบบอย่าง และมุ่งศึกษาหาความรู้ไม่หยุดนิ่ง
- ชาวพุทธที่ดี ต้องมีความเห็นที่ถูกต้องตามทำนองคลองธรรม รู้ว่าอะไรดี อะไรชั่ว อะไรถูก อะไร ผิด อะไรเป็นสาระ และอะไรไม่เป็นสาระ
- ชาวพุทธที่ดี ต้องเชื่อเรื่องกรรม (การกระทำ), ทำดี-ดี ทำชั่ว-ชั่ว มีสติ ระวังการกระทำของตนไม่ว่าจะเป็นความคิด (มโนกรรม) คำพูด (วจีกรรม) และการกระทำ (กายกรรม) ไม่ให้เบียดเบียนทำร้ายใคร
- ชาวพุทธที่ดีควรยึดมั่นในหลักคำสอนหลักของพระพุทธองค์ ไม่หวังพึ่งพาสิ่งอื่นเมื่อเกิดปัญหาอุปสรรคขึ้นในชีวิต ควรตั้งคำถามตนเองว่า ในเรื่องนี้ พระพุทธองค์ทรงสอนวิธีแก้ปัญหาไว้อย่างไร แล้วปฏิบัติตามนั้น
- ชาวพุทธที่ดีควรมีความเคารพต่อบุคคลอื่นในฐานะเพื่อนมนุษย์ และปฏิบัติต่อเขาในฐานะเพื่อนมนุษย์ ตามหลักทิศ 6 ที่สอนให้ตระหนักรู้ถึงหน้าที่ต่อกันระหว่างมนุษย์ พร้อมทั้งปฏิบัติต่อกันด้วยเมตตาธรรม
- ชาวพุทธที่ดีควรเข้าใจลักษณะทั่วไปของสรรพสิ่ง ว่ามีความแปรปรวน ไม่เที่ยงแท้แน่นอน(อนิจจัง) คงทนอยู่ในสภาพเดิมได้ยาก (ทุกขัง) และไม่สามารถบังคับบัญชาได้ เป็นไปตามกระแสของเหตุปัจจัย (อนัตตา)แล้วปฏิบัติต่อสิ่งเหล่านั้นด้วยความเข้าใจ ไม่ท้อแท้หมดหวังเสียใจ
- ชาวพุทธที่ดีต้องมีความกตัญญู รู้บุญคุณที่คนอื่นทำแล้วแม้เพียงเล็กน้อย และทำตอบแทน เฉกเช่นพระพุทธเจ้าและพระสารีบุตรผู้เป็นแบบอย่างของความกตัญญู รู้คุณบุคคลอื่น
- ชาวพุทธที่ดี ต้องดำเนินชีวิตตามทางสายกลาง หรือมรรคมีองค์ 8 (The Power of Right) อันเป็นหนทางแห่งความสงบสุขที่แท้จริงได้แก่ :-
1. เห็นชอบ (สัมมาทิฏฐิ : Right View; Right Understanding) คือ เห็นว่าอะไรเป็นบาปบุญคุณโทษ ประโยชน์มิใช่ประโยชน์ สูงขึ้นไปจนกระทั่งเห็นหลักความจริงของชีวิตและธรรมชาติ เป็นต้นว่า หลักความจริงอันประเสริฐ (อริยสัจ 4 คือ ทุกข์, สมุทัย, นิโรธ, มรรค)
2. คิดชอบ (สัมมาสังกัปปะ : Right Thought) คือ ความดำริในการออกจากกามคุณ ไม่หมกมุ่นในเรื่องเพศ ไม่คิดพยาบาท ไม่คิดเบียดเบียนใคร หรือพยายามปลูกฝังความคิดดี คิดบวก อันเป็นกระแสของบุญกุศลให้เจริญงอกงาม
- เจรจาชอบ (สัมมาวาจา : Right Speech) คือ ความดีทางคำพูด ได้แก่ พูดจริง พูดไพเราะ พูดประสานสามัคคี พูดมีสาระประโยชน์
- กระทำชอบ (สัมมากัมมันตะ : Right Action) คือ ความประพฤติชอบทางกาย ได้แก่ การไม่ใช้ร่างกายไปเบียดเบียนทำร้ายใครรวมถึงสิ่งมีชีวิตทุกชนิด การไม่ลักขโมย และการควบคุมความรู้สึกทางเพศไม่ให้มีเกินขอบเขตจนทำร้ายตนเองและผู้อื่น
- เลี้ยงชีพชอบ (สัมมาอาชีวะ : Right Livelihood) คือ การทำมาหาเลี้ยงชีวิตที่ดี ไม่เบียดเบียนใครได้แก่ เว้นมิจฉาชีพ เป็นต้นว่าค้าขายอาวุธ มนุษย์ ยาพิษ สุรายาเสพติด ประกอบสัมมาชีพ
- เพียรพยายามชอบ (สัมมาวายามะ : Right Effort) คือ มีความพากเพียรพยายาม ละเลิก เว้นสิ่งที่ไม่ดีไม่ให้เกิดขึ้น และเพียรพยายามรักษาสิ่งดีๆ ที่เกิดขึ้น พัฒนาให้สิ่งดีๆ เจริญงอกงาม
7. ระลึกชอบ (สัมมาสติ : Right Mindfulness) คือ มีความรู้ตัว [กาย (ลมหายใจ, อิริยาบถน้อยใหญ่) -ใจ (ความรู้สึก ความคิด และธรรมชาติ)] ทั่วพร้อม ในการดำเนินชีวิตประจำวัน
8. ตั้งจิตมั่นชอบ (สัมมาสมาธิ : Right Concentration) คือ จิตมีคุณภาพ ตั้งมั่น บริสุทธิ์ กระปี้ กระเปร่า
- ชาวพุทธที่ดี ควรเข้าใจธรรมชาติ หรือวงจรของชีวิต ว่ามีความเสื่อมโทรม มีความเจ็บป่วย มีความแตกสลายตายไป มีความพลัดพรากจากสิ่งที่รักที่พอใจ และมีกรรมเป็นของตน ใครทำกรรมใดไว้จะต้องรับผลของกรรมนั้น เมื่อเข้าใจแล้วพึงทำใจยอมรับความจริงเหล่านั้น ไม่เศร้าโศกเสียใจจนเกินไป
- ชาวพุทธที่ดี ควรเข้าใจชีวิตของคนเราว่า ประกอบด้วยรูปกับนาม ส่วนรูป-ประกอบด้วยธาตุ 4 คือ ดิน น้ำ ลม ไฟ, ส่วนนาม-ประกอบด้วยความรู้สึก ความทรงจำ ความคิด และความรู้ ทั้งสองสิ่งเกี่ยวกัน แยกจากกันไม่ได้ เมื่อรู้แล้วจึงควรปฏิบัติต่อรูป (ร่างกาย) และนาม (ใจ) ให้ถูกต้อง
- ชาวพุทธที่ดี ควรเข้าใจสิ่งของที่มีมาคู่โลก หรือเงื่อนไขของโลก ว่ามีสุข มีทุกข์ นินทา สรรเสริญ มีลาภ เสื่อมลาภ มียศ เสื่อมยศ เมื่อเกิดเหตุการณ์ใดขึ้นกับตนเอง ก็สามารถปรับใจรับกับสิ่งนั้นได้ โดยเห็นว่าเป็นเรื่องธรรมดาของชีวิต ไม่มีอะไรเที่ยงแท้แน่นอน มาแล้วก็ไป
Recommended Posts

ขอเชิญร่วมงานทอดกฐินสามัคคี – Kathina Ceremony 2018
October 31, 2018
ประวัติวัด
October 18, 2016

ขอเชิญร่วมงานทอดกฐินสามัคคี – Kathina Ceremony 2016
October 05, 2016

